About


เว็บไซต์ acts-nl.com เป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอความรู้ทางด้านการขนส่งของระบบขนส่งในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ ทางบกหรือจะทางน้ำ เพื่อก้าวกระโดดไปสู่โลกแห่งการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC นั่นเอง รวมไปถึงการคมนาคมในกระเทศไทยด้วย

Home


การขนส่งทางรถไฟอุ่นใจราคาแสนถูก

รถไฟไม่ใช่เป็นเพียงระบบขนส่งมวลชนเพียงนั้น แต่รถไฟยังมีระบบโลจิดติกให้ใช้บริการอีกด้วย เราสามารถที่จะไปแจ้งความจำนงกับสถานีรถไฟทั่วประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายรถมอเตอร์ไซค์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของบริโภคต่างๆ ก็สามารถทำได้ ที่สำคัญที่สุดก็คือทำให้ประหยัดเงินในการขนส่งได้เยอะเลยทีเดียว ถ้าเทียบกับไปรษณีย์ไทยและบริษัทโลจิสติกอื่นๆ โดยจะมีราคาต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว …

การขนส่งระบบคอนเทนเนอร์ที่ควรรู้และประโยชน์

การขนส่งนั้นมีหลายรูปแบบโดยวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการขนส่งระบบคอนเทนเนอร์ หรือ Container System เป็นการพัฒนาการขนส่งในอีกรูปแบบหนึ่งโดยใช้ตู้สิ้นค้าในการบรรจุหรือกล่องเหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งเรารู้จักกันดีในชื่อของคอนเทนเนอร์ โดยการขนส่งผ่านตู้คอนเทนเนอร์นั้นสามารถทำได้หลายทางไม่ว่าจะเป็น ทางรถบรรทุก เรือ ทางรถไฟ …

ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์ และข้อดีของการขนส่งทางตู้

ตู้คอนเทนเนอร์ Durable Packing มีวัสดุที่ทำมาจากเหล็ก หรืออลูมิเนียม มีขนาด 20 – 40 ฟุต …

ก้าวทันการขนส่งทางเรือของประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยแล้วการขนส่งทางเรือเป็นทางเลือกอันดับต้นๆของการคนส่งสิ้นค้าออกนอกประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่าการขนส่งทางเรือสามารถที่จะขนครั้งละมากๆ มีต้นทุนที่ต่ำ ประเทศไทยถ้าวัดการขนส่งทางเรือกับทั่วโลกแล้วอยู่ในอันดับที่ 22 ปริมาณการเดินเรือสิ้นค้ามีจำนวนถึง 4,200 ล้านตัน ต่อปี คิดเป็นมูลค่าการส่งออกการค้าโลกถึง …

รถไฟการขนส่งในประเทศอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของคนไทย

หากใครกำลังมองหาทางเลือกในการขนส่งที่ประหยัดแนะนำให้เลือกการขนส่งทางด้านรถไฟที่มีอัตราการขนส่งที่น้อย อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษให้กับโลกน้อยกว่าการขนส่งทางรถ แต่การขนส่งทางรถไฟนั้น โดยส่วนมากจะเป็นสิ้นค้าประเภทที่มีน้ำหนักมากมูลค้าไม่สูง ถ้าเทียมน้ำหนักแล้วกับการขนส่งทางอื่นถือว่าทางเลือกของรถไฟเหมาะสมกว่า ยกตัวอย่าง สิ้นค้าที่ขนส่งทางรถไฟ ข้าว , ถ่านหิน …

ระบบเรื่องของการขนส่งในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคนเราอย่างมาก ต้องเข้าใจว่าด้วยยุคสมัยที่พัฒนาก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งเรื่องการขนส่งค่อนข้างที่จะมีผลต่อการดำรงชีวิตไม่น้อย คิดง่ายๆ ว่าการจะทำให้สิ่งของต่างๆ สามารถเดินทางไปยังที่ที่เราต้องการได้จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งซึ่งการขนส่งในปัจจุบันก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท การขนส่งทางอากาศเองก็นับเป็นประเภทการขนส่งอีกรูปแบบหนึ่งที่ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญยังถือเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ลักษณะการขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางอากาศเป็นการขนส่งด้วยการอาศัยการเดินทางบนอากาศเป็นตัวนำพาสิ่งที่เราต้องการจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตเราจะใช้สิ่งที่สามารถล่องลอยอยู่บนอากาศได้เป็นตัวนำสิ่งของต่างๆ นั้นไปส่งไม่ว่าจะเป็นบอลลูน เครื่องรอน จนในปัจจุบันวิวัฒนาการที่เหมาะสมที่สุดในการขนส่งทางอากาศก็คือการใช้เครื่องบินในการขนส่งสินค้า โดยสามารถขนส่งได้ทั้งคน สัมภาระต่างๆ สิ่งของ พืชและสัตว์ หรือแม้แต่ศพก็สามารถใช้การขนส่งทางอากาศได้ถ้าหากจำเป็น แต่ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งในการขนส่งทางอากาศก็คือมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก เพราะฉะนั้นสิ่งของที่มักจะใช้ในการส่งทางอากาศหากไม่เป็นของที่มีราคาแพงก็ต้องเป็นสิ่งของที่ต้องการความเร่งด่วนมากๆ ที่สำคัญสิ่งของนั้นต้องมีน้ำหนักไม่สูง ใช้พื้นที่ในการขนส่งไม่มาก เพราะหากยิ่งน้ำหนักเยอะ หรือมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้นไปอีก ด้วยระบบการขนส่งทางอากาศทุกวันนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

  1. Air Freight – เป็นการขนส่งทางอากาศที่เรียกว่าขนส่งถึงเฉพาะสนามบิน เมื่อผู้ส่งสินค้าเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งรวมถึงค่าพิธีศุลกากรขาออกเรียบร้อยสิ่งของจะถูกส่งไปสิ้นสุดแค่ยังบริเวณศุลกากรขาเข้าของสนามบินอีกแห่ง ผู้รับจะต้องมาทำการดำเนินพิธีทางศุลกากรขาเข้าเอง ส่วนใหญ่มักใช้กับการสิ่งสิ่งของจำนวนมากในระดับหนึ่ง เป็นการส่งของระหว่างประเทศ
  2. Air Courier – เป็นรูปแบบการขนส่งทางอากาศจากผู้ส่งไปจนถึงที่อยู่ของผู้รับปลายทาง อีกภาษาจะถูกเรียกว่าการขนส่งแบบ Door to Door คือผู้ส่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการทางศุลกากรทั้งหมดไม่หมดไม่ว่าจะเป็นขาเข้าและขาออก ผู้รับสามารถรอคอยให้ของมาส่งถึงที่เพียงอย่างเดียว มีทั้งการส่งภายในและนอกประเทศ
ข้อดีของการขนส่งทางอากาศ
  1. สะดวกรวดเร็วเหมาะกับสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง
  2. เหมาะกับการขนส่งในเส้นทางที่ไกลมาก
ข้อเสียของการขนส่งทางอากาศ
  1. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการขนส่งประเภทอื่น
  2. ขนาดและน้ำหนักเป็นไปอย่างจำกัด
  3. ขนส่งได้เฉพาะพื้นที่ที่มีสนามบินหรือพื้นที่จอดอากาศยาน

ระบบการส่งทางอากาศในปัจจุบันไปกันถึงไหนแล้ว

หากใครกำลังมองหาทางเลือกในการขนส่งที่ประหยัดแนะนำให้เลือกการขนส่งทางด้านรถไฟที่มีอัตราการขนส่งที่น้อย อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษให้กับโลกน้อยกว่าการขนส่งทางรถ แต่การขนส่งทางรถไฟนั้น โดยส่วนมากจะเป็นสิ้นค้าประเภทที่มีน้ำหนักมากมูลค้าไม่สูง ถ้าเทียมน้ำหนักแล้วกับการขนส่งทางอื่นถือว่าทางเลือกของรถไฟเหมาะสมกว่า ยกตัวอย่าง สิ้นค้าที่ขนส่งทางรถไฟ ข้าว , ถ่านหิน , ปูน , ปิโตรเลียม เป็นต้น การขนส่งทางรถไฟมีให้เลือกหลายประเภท เช่นรถตู้บรรทุกสิ้นค้า รถไฟบรรทุกน้ำมันแก๊ส สุดท้ายการขนส่งโดยผ่านการบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ถ้าเป็นการเดินทางในประเทศโดยสิ้นทางไกล ส่วนมากนิยมการขนส่งทางรถไฟ แต่ข้อเสียของการขนส่งรถไฟก็ คือ เรื่องขอเวลา ที่ต้องมีการเปลี่ยนราง และขบวนตู้รถไฟที่มีจำกัด บางครั้งไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประเทศไทยมีทางรถไฟ ยาวถึง 4,180 กิโลเมตร ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับ 46 จังหวัดทั่วประเทศ โดยวิ่งจากเหนือถึงใต้ จากเชียงใหม่ ไปจนถึงสิ้นสุดที่ภาคใต้จังหวัดนราธิวาส  หลักๆของทางรถไฟมีอยู่ 3 ประเภท  ทางคู่ ทางเดียว และทางสาม ทางเดียวเป็นเส้นทางที่มีความยาวที่สุด ระยะทางถึง 3,901 กิโลเมตร ความยาวของเส้นทางทั้งหมดคิดเป็น 93 ของความยาวของเส้นทาง ทางคู่เป็นทางที่มีความยาวน้อยรองลงมาจากทางเดียวโดยคิดเป็นระยะทางถึง 220 กิโลเมตร คิดเป็นความยาวของเส้นทางทั้งหมดคือ 5.3 ทางที่สามซึ่งจะมีความยาวน้อยที่สุดเพราะไม่ได้ใช้งานมากมีระยะทาง 59 กิโลเมตร หรือคิดเป็นเส้นทางทั้งหมด 1.4 เท่านั้น นี้เป็นอีกทางเลือกของคนที่ต้องการขนของหนักแต่ราคาเบา

รถไฟการขนส่งในประเทศอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของคนไทย

สำหรับประเทศไทยแล้วการขนส่งทางเรือเป็นทางเลือกอันดับต้นๆของการคนส่งสิ้นค้าออกนอกประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่าการขนส่งทางเรือสามารถที่จะขนครั้งละมากๆ มีต้นทุนที่ต่ำ ประเทศไทยถ้าวัดการขนส่งทางเรือกับทั่วโลกแล้วอยู่ในอันดับที่ 22 ปริมาณการเดินเรือสิ้นค้ามีจำนวนถึง 4,200 ล้านตัน ต่อปี คิดเป็นมูลค่าการส่งออกการค้าโลกถึง 20 % จากการสำรวจของเรือคอนเทนเนอร์ที่เข้ามาเทียบท่าที่ประเทศไทยต่อปีถึง 5,900,000 ตู้คอนเทนเนอร์  โดยมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยคือ ท่าเรือแหลมฉบังเป็นที่หลักในการขนส่งสิ้นค้า จำนวนเรือที่เทียบท่าปีละ 10,526 ลำมีการขนส่งสิ้นค้าถึง 80 ล้านเมตริกตัน ซึ่งหลักๆเป็นการขนส่งรถหลานแสนคัน ทางเรือขนส่งของสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลโดยอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก ซึ่งมีการพัฒนาทางเรือแคลง หรือ Port Klang ประเทศที่เป็นทางผ่านของศูนย์กลางการเดินของที่น่าสนใจอีกหนึ่งประเทศก็คือ มาเลเซีย โดยมีทางเรือแคลงเป็นทางเรื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เปิดรับเรือขนส่งคอนเทนเนอร์ และสิ้นค้าต่างๆที่ทำการขนส่งทางเรือทั้งหมดจากเหตุผลนี้ทำให้ทางเรือนี้ติดอยู่ในอันดับที่  14 ของโลก ในเวลา 20 ปี ตู้คอนเทนเนอร์ที่เข้าออกทางเรือนี้มีจำนวนถึง 10 ล้านตู้ต่อปี ทำให้ประชากรของประเทศมาเลเชียมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ซึ่งประเทศไทยก็ได้ประโยชน์จากการขนส่งของสองประเทศนี้ โดยประเทศไทยไม่ต้องเสียค่าบริหารจัดการส่งถึง 90 % ลดความสูญเสียด้านการขนส่งถึง 2.6ล้านบาท

ก้าวทันการขนส่งทางเรือของประเทศไทย

ตู้คอนเทนเนอร์ Durable Packing มีวัสดุที่ทำมาจากเหล็ก หรืออลูมิเนียม มีขนาด 20 – 40 ฟุต โดยการขนส่งทางตู้จัดเป็นการขนส่งที่ได้รับความนิยมและมีความปลอดภัยสูงที่สำคัญยังมีค่าใช้จ่ายต้นทุนในการส่งที่น้อยแต่สามารถที่จะส่งได้ที่ครั้งละมากๆ หลักๆการส่งด้วยตู้จะทำได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นทางเรือที่ขนส่งได้ครั้งละมาก หรือรถไฟเมื่อไม่ได้ส่งข้ามประเทศ อีกช่องทางคือการขนส่งทางรถพ่วงโดยจะเป็นการขนส่งผ่านตัวเมืองในระยะที่ไม่ไกลมาก ลักษณะของ ตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้มาตรฐานต้องมีโครงสร้างภายนอกที่แข็งแรง เพราะการขนส่งทางเรือนั้นต้องนำตู้มาเรียงซ้อนกันหลายๆชั้น จึงจะยึดแต่ละตู้ติดกัน ตัวตู้คอนเทนเนอร์จะมีหมายเลขบอกถึงความหนักของตู้กับความจุสูงสุดและประเภทของที่อยู่ในตู้ ซึ่งตู้จะมีประตูสองบาน เหลักจากใส่ของในตู้หมดแล้วจะมี Plastic ล็อกที่ประตู้อีกที ประเภทของตู้สิ้นค้าแบ่งออกได้ดังนี้ – Flat-rack เป็นตู้ที่มีความราบเรียบที่มีขนาดกว้างยาวตาม ไซส์ ของตู้คอนเทนเนอร์ มองภายนอกจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ แตกต่างตรงที่จะมีพื้นที่พิเศษ เช่น รถแทรกเตอร์ , ประติมากรรม , แท่งหิน , เครื่องจักรเป็นต้น โดยการขนส่งของหนักแบบนี้ต้องอาศัยเรื่อง Coventional Ship   – Open Top เป็นตู้ที่มีขนาดใหญ่ ที่ไม่มีหลังคาเพราะต้องว่างสินค้าขนาดใหญ่ สิ้นค้าประเภทนี้ส่วนใหญ่ประเป็นรถหรือเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถที่จะเข้าผ่านประตูได้ต้องอาศัยการยกวางจากด้านบน     – Garment Container ตู้คอนเทนเนอร์รูปแบบนี้จะมีการออกแบบมาไว้สำหรับขนส่งเสื้อภาพโดยเฉพาะ เพราะได้ออกแบบให้มีราวแขวนเสื้อ จะเป็นสิ้นค้าประเภทเสื้อเครื่องแต่งกายตามแฟชั่น เป็นต้น   – Refrigerator Cargoes ตู้นี้จะเป็นตู้ที่เอาไว้สำหรับแช่ หรือสิ้นค้าที่ต้องการความเย็นการปรับอุณหภูมิได้เป็นตู้ที่ออกแบบมาให้ทำความเย็นได้โดยอาศัยกำลังไฟฟ้าจากภายนอกโดยจะมีการแจ้งเตือนของอุณหภูมิบอกนอกตู้และสามารถปรับความเย็นได้ถึง -18 องศาเซลเซียส   – Dry Cargoes ตู้คอนเทนเนอร์ที่ เอาไว้ขนสิ้นค้าทั่วไปที่มีการจัดเก็บไว้ในตู้ที่มีความแน่หน้า สำหรับสิ้นค้าที่ไม่ต้องการ แขวนหรือการกักเก็บอุณหภูมิ โดยจะมีตัวที่เรียกว่า Balloon bags มาว่างอัดกันไม่ให้เกิดการกระแทก หรือใช้เชือกไนลอนในการรัดก็ได้     ที่นี้เราก็จะได้รู้ถึงการใช้งานของตู้คอนเทนเนอร์แต่ละตู้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการขนสิ้นค้าผ่านทางตู้คอนเทนเนอร์

ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์ และข้อดีของการขนส่งทางตู้

Home


Home


Home


ระบบการส่งทางอากาศในปัจจุบันไปกันถึงไหนแล้ว

ระบบเรื่องของการขนส่งในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคนเราอย่างมาก ต้องเข้าใจว่าด้วยยุคสมัยที่พัฒนาก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งเรื่องการขนส่งค่อนข้างที่จะมีผลต่อการดำรงชีวิตไม่น้อย คิดง่ายๆ ว่าการจะทำให้สิ่งของต่างๆ สามารถเดินทางไปยังที่ที่เราต้องการได้จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งซึ่งการขนส่งในปัจจุบันก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท การขนส่งทางอากาศเองก็นับเป็นประเภทการขนส่งอีกรูปแบบหนึ่งที่ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญยังถือเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ลักษณะการขนส่งทางอากาศ

การขนส่งทางอากาศเป็นการขนส่งด้วยการอาศัยการเดินทางบนอากาศเป็นตัวนำพาสิ่งที่เราต้องการจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตเราจะใช้สิ่งที่สามารถล่องลอยอยู่บนอากาศได้เป็นตัวนำสิ่งของต่างๆ นั้นไปส่งไม่ว่าจะเป็นบอลลูน เครื่องรอน จนในปัจจุบันวิวัฒนาการที่เหมาะสมที่สุดในการขนส่งทางอากาศก็คือการใช้เครื่องบินในการขนส่งสินค้า โดยสามารถขนส่งได้ทั้งคน สัมภาระต่างๆ สิ่งของ พืชและสัตว์ หรือแม้แต่ศพก็สามารถใช้การขนส่งทางอากาศได้ถ้าหากจำเป็น แต่ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งในการขนส่งทางอากาศก็คือมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก เพราะฉะนั้นสิ่งของที่มักจะใช้ในการส่งทางอากาศหากไม่เป็นของที่มีราคาแพงก็ต้องเป็นสิ่งของที่ต้องการความเร่งด่วนมากๆ ที่สำคัญสิ่งของนั้นต้องมีน้ำหนักไม่สูง ใช้พื้นที่ในการขนส่งไม่มาก เพราะหากยิ่งน้ำหนักเยอะ หรือมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้นไปอีก ด้วยระบบการขนส่งทางอากาศทุกวันนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

  1. Air Freight – เป็นการขนส่งทางอากาศที่เรียกว่าขนส่งถึงเฉพาะสนามบิน เมื่อผู้ส่งสินค้าเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งรวมถึงค่าพิธีศุลกากรขาออกเรียบร้อยสิ่งของจะถูกส่งไปสิ้นสุดแค่ยังบริเวณศุลกากรขาเข้าของสนามบินอีกแห่ง ผู้รับจะต้องมาทำการดำเนินพิธีทางศุลกากรขาเข้าเอง ส่วนใหญ่มักใช้กับการสิ่งสิ่งของจำนวนมากในระดับหนึ่ง เป็นการส่งของระหว่างประเทศ
  2. Air Courier – เป็นรูปแบบการขนส่งทางอากาศจากผู้ส่งไปจนถึงที่อยู่ของผู้รับปลายทาง อีกภาษาจะถูกเรียกว่าการขนส่งแบบ Door to Door คือผู้ส่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการทางศุลกากรทั้งหมดไม่หมดไม่ว่าจะเป็นขาเข้าและขาออก ผู้รับสามารถรอคอยให้ของมาส่งถึงที่เพียงอย่างเดียว มีทั้งการส่งภายในและนอกประเทศ

ข้อดีของการขนส่งทางอากาศ

  1. สะดวกรวดเร็วเหมาะกับสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง
  2. เหมาะกับการขนส่งในเส้นทางที่ไกลมาก

ข้อเสียของการขนส่งทางอากาศ

  1. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการขนส่งประเภทอื่น
  2. ขนาดและน้ำหนักเป็นไปอย่างจำกัด
  3. ขนส่งได้เฉพาะพื้นที่ที่มีสนามบินหรือพื้นที่จอดอากาศยาน

ประเภทของตู้คอนเทนเนอร์ และข้อดีของการขนส่งทางตู้

ตู้คอนเทนเนอร์ Durable Packing มีวัสดุที่ทำมาจากเหล็ก หรืออลูมิเนียม มีขนาด 20 – 40 ฟุต โดยการขนส่งทางตู้จัดเป็นการขนส่งที่ได้รับความนิยมและมีความปลอดภัยสูงที่สำคัญยังมีค่าใช้จ่ายต้นทุนในการส่งที่น้อยแต่สามารถที่จะส่งได้ที่ครั้งละมากๆ หลักๆการส่งด้วยตู้จะทำได้หลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นทางเรือที่ขนส่งได้ครั้งละมาก หรือรถไฟเมื่อไม่ได้ส่งข้ามประเทศ อีกช่องทางคือการขนส่งทางรถพ่วงโดยจะเป็นการขนส่งผ่านตัวเมืองในระยะที่ไม่ไกลมาก

ลักษณะของ ตู้คอนเทนเนอร์ที่ได้มาตรฐานต้องมีโครงสร้างภายนอกที่แข็งแรง เพราะการขนส่งทางเรือนั้นต้องนำตู้มาเรียงซ้อนกันหลายๆชั้น จึงจะยึดแต่ละตู้ติดกัน ตัวตู้คอนเทนเนอร์จะมีหมายเลขบอกถึงความหนักของตู้กับความจุสูงสุดและประเภทของที่อยู่ในตู้ ซึ่งตู้จะมีประตูสองบาน เหลักจากใส่ของในตู้หมดแล้วจะมี Plastic ล็อกที่ประตู้อีกที

ประเภทของตู้สิ้นค้าแบ่งออกได้ดังนี้

Flat-rack เป็นตู้ที่มีความราบเรียบที่มีขนาดกว้างยาวตาม ไซส์ ของตู้คอนเทนเนอร์ มองภายนอกจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์ แตกต่างตรงที่จะมีพื้นที่พิเศษ เช่น รถแทรกเตอร์ , ประติมากรรม , แท่งหิน , เครื่องจักรเป็นต้น โดยการขนส่งของหนักแบบนี้ต้องอาศัยเรื่อง Coventional Ship

 

Open Top เป็นตู้ที่มีขนาดใหญ่ ที่ไม่มีหลังคาเพราะต้องว่างสินค้าขนาดใหญ่ สิ้นค้าประเภทนี้ส่วนใหญ่ประเป็นรถหรือเครื่องจักรที่มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถที่จะเข้าผ่านประตูได้ต้องอาศัยการยกวางจากด้านบน

 

 

Garment Container ตู้คอนเทนเนอร์รูปแบบนี้จะมีการออกแบบมาไว้สำหรับขนส่งเสื้อภาพโดยเฉพาะ เพราะได้ออกแบบให้มีราวแขวนเสื้อ จะเป็นสิ้นค้าประเภทเสื้อเครื่องแต่งกายตามแฟชั่น เป็นต้น

 

Refrigerator Cargoes ตู้นี้จะเป็นตู้ที่เอาไว้สำหรับแช่ หรือสิ้นค้าที่ต้องการความเย็นการปรับอุณหภูมิได้เป็นตู้ที่ออกแบบมาให้ทำความเย็นได้โดยอาศัยกำลังไฟฟ้าจากภายนอกโดยจะมีการแจ้งเตือนของอุณหภูมิบอกนอกตู้และสามารถปรับความเย็นได้ถึง -18 องศาเซลเซียส

 

Dry Cargoes ตู้คอนเทนเนอร์ที่ เอาไว้ขนสิ้นค้าทั่วไปที่มีการจัดเก็บไว้ในตู้ที่มีความแน่หน้า สำหรับสิ้นค้าที่ไม่ต้องการ แขวนหรือการกักเก็บอุณหภูมิ โดยจะมีตัวที่เรียกว่า Balloon bags มาว่างอัดกันไม่ให้เกิดการกระแทก หรือใช้เชือกไนลอนในการรัดก็ได้

 

 

ที่นี้เราก็จะได้รู้ถึงการใช้งานของตู้คอนเทนเนอร์แต่ละตู้ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการขนสิ้นค้าผ่านทางตู้คอนเทนเนอร์