สนามบินแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศของเรา

ในประเทศไทยการคมนาคมทางอากาศถือเป็นระบบการคมนาคมอีกประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างมากนัจจุบัน ส่วนหนึ่งมาจากการที่สายการบินต้นทุนต่ำทั้งหลายมีการเปิดให้บริการมากขึ้น มีโปรโมชั่นต่างๆ ที่น่าสนใจมากขึ้นของหลายสายการบิน ประกอบกับเมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าบ้านเราปีละหลายล้านคน การสร้างสนามบินขนาดใหญ่จึงมีความจำเป็นเพื่อรองรับการเดินทางทางอากาศที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้สนามบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก็คือ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สนามบินสุวรรณภูมิ หรือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งอยู่ที่ถนนเทพรัตน และทางพิเศษบูรพาวิถี ตำบลหนองปรือและตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ ห่างจากบริเวณใจกลางของกรุงเทพฯ ออกไปราว 25 กม. มีการเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 รัฐบาลได้ถือว่าสนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้เป็นสนามบินหลักของประเทศแทนที่สนามบินดอนเมืองหรือท่าอากาศยานดอนเมือง พร้อมกับได้มีการตั้งเป้าจะให้เป็นศูนย์กลางของเอเชียด้วย สนามบินสุวรรณภูมิเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 สนามบินที่มีคุณภาพด้านการให้บริการดีที่สุดในโลกเมื่อปี 2553 มีหอควบคุมการบินที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกในระดับความสูง 132.2 เมตร มีอาคารผู้โดยสารเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ด้วยขนาด 563,000 ตารางเมตร สำหรับชื่อสุวรรณภูมิ หมายถึง แผ่นดินทอง เป็นชื่อที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เป็นผู้พระราชทานให้เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2543 แทนชื่อเดิมคือ หนองงูเห่า พร้อมกับได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 19 มกราคม …

ระบบการคมนาคมของไทยในปัจจุบัน

เรื่องระบบการขนส่งของประเทศไทยในยุคปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่ามีการพัฒนาก้าวหน้าไปมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามแม้ว่าระบบการคมนาคมของประเทศไทยจะพัฒนาไปมากขึ้นแต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือเรื่องของความเป็นระเบียบเรียบร้อยยังเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไขกันต่อไป การขนส่งแต่ละประเภทยังไม่มีความโดดเด่นมากพอเพราะยังไม่ได้มีความครอบคลุมทั่วพื้นที่ อย่างไรก็ตามลองมาทำความรู้จักกับระบบคมนาคมของประเทศไทยในขณะนี้ว่ามีระบบการคมนาคมแบบไหนกันบ้าง ระบบการคมนาคมในปัจจุบันของประเทศไทย ระบบราง รถไฟโดยการรถไฟแห่งประเทศไทยมีการเปิดให้บริการการเดินรถระยะทางทั้งสิ้น 4,070 กม. รางขนาด 1 เมตร เป็นทางคู่ 63 กม. และทางสาม 106.10 กม. ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน กรุงเทพฯ ถือเป็นเมืองเดียวในประเทศไทยที่มีรถไฟฟ้าครบทั้ง 3 ประเภทประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้ามหานคร และรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และในขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าต่างๆ เพิ่มเติมอีกมากมายเพื่อคาดหวังว่าจะให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑลรวมถึงในอนาคตอาจมีการขายออกไปยังต่างจังหวัดด้วย ระบบถนน จะมีการขนส่งและโดยสารทางถนนผ่านทางเชื่อมต่อต่างๆ ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นถนน, ตรอก, ซอย, ทางหลวง, ทางหลวงพิเศษและทางพิเศษ ซึ่งหากจะว่ากันถึงระบบคมนาคมทางถนนนี้ถ้าเป็นการขนส่งสาธารณะจะประกอบไปด้วยรถประจำทาง, รถราง, รับรับจ้างต่างๆ เช่น รถแท็กซี่, รถสามล้อ, รถจักรยานยนต์รับจ้าง แต่ถ้าหากเป็นการคมนาคมทางถนนทั่วไปก็มีได้หลากหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง, รถตู้, รถกระบะ, รถบรรทุก, รถจักรยานยนต์, จักรยาน เป็นต้น การคมนาคมทางอากาศ ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนท่าอากาศยานภายในประเทศทั้งสิ้น 106 แห่ง นอกจากนี้ยังมีท่าเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับการรับรองอีก 17 แห่ง โดยท่าอากาศยานหลักๆ ที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีเช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, …

ระบบการส่งทางอากาศในปัจจุบันไปกันถึงไหนแล้ว

ระบบเรื่องของการขนส่งในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคนเราอย่างมาก ต้องเข้าใจว่าด้วยยุคสมัยที่พัฒนาก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งเรื่องการขนส่งค่อนข้างที่จะมีผลต่อการดำรงชีวิตไม่น้อย คิดง่ายๆ ว่าการจะทำให้สิ่งของต่างๆ สามารถเดินทางไปยังที่ที่เราต้องการได้จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งซึ่งการขนส่งในปัจจุบันก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท การขนส่งทางอากาศเองก็นับเป็นประเภทการขนส่งอีกรูปแบบหนึ่งที่ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญยังถือเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ลักษณะการขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางอากาศเป็นการขนส่งด้วยการอาศัยการเดินทางบนอากาศเป็นตัวนำพาสิ่งที่เราต้องการจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตเราจะใช้สิ่งที่สามารถล่องลอยอยู่บนอากาศได้เป็นตัวนำสิ่งของต่างๆ นั้นไปส่งไม่ว่าจะเป็นบอลลูน เครื่องรอน จนในปัจจุบันวิวัฒนาการที่เหมาะสมที่สุดในการขนส่งทางอากาศก็คือการใช้เครื่องบินในการขนส่งสินค้า โดยสามารถขนส่งได้ทั้งคน สัมภาระต่างๆ สิ่งของ พืชและสัตว์ หรือแม้แต่ศพก็สามารถใช้การขนส่งทางอากาศได้ถ้าหากจำเป็น แต่ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งในการขนส่งทางอากาศก็คือมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก เพราะฉะนั้นสิ่งของที่มักจะใช้ในการส่งทางอากาศหากไม่เป็นของที่มีราคาแพงก็ต้องเป็นสิ่งของที่ต้องการความเร่งด่วนมากๆ ที่สำคัญสิ่งของนั้นต้องมีน้ำหนักไม่สูง ใช้พื้นที่ในการขนส่งไม่มาก เพราะหากยิ่งน้ำหนักเยอะ หรือมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้นไปอีก ด้วยระบบการขนส่งทางอากาศทุกวันนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ Air Freight – เป็นการขนส่งทางอากาศที่เรียกว่าขนส่งถึงเฉพาะสนามบิน เมื่อผู้ส่งสินค้าเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งรวมถึงค่าพิธีศุลกากรขาออกเรียบร้อยสิ่งของจะถูกส่งไปสิ้นสุดแค่ยังบริเวณศุลกากรขาเข้าของสนามบินอีกแห่ง ผู้รับจะต้องมาทำการดำเนินพิธีทางศุลกากรขาเข้าเอง ส่วนใหญ่มักใช้กับการสิ่งสิ่งของจำนวนมากในระดับหนึ่ง เป็นการส่งของระหว่างประเทศ Air Courier – เป็นรูปแบบการขนส่งทางอากาศจากผู้ส่งไปจนถึงที่อยู่ของผู้รับปลายทาง อีกภาษาจะถูกเรียกว่าการขนส่งแบบ Door to Door คือผู้ส่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการทางศุลกากรทั้งหมดไม่หมดไม่ว่าจะเป็นขาเข้าและขาออก ผู้รับสามารถรอคอยให้ของมาส่งถึงที่เพียงอย่างเดียว มีทั้งการส่งภายในและนอกประเทศ ข้อดีของการขนส่งทางอากาศ สะดวกรวดเร็วเหมาะกับสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง เหมาะกับการขนส่งในเส้นทางที่ไกลมาก ข้อเสียของการขนส่งทางอากาศ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการขนส่งประเภทอื่น ขนาดและน้ำหนักเป็นไปอย่างจำกัด ขนส่งได้เฉพาะพื้นที่ที่มีสนามบินหรือพื้นที่จอดอากาศยาน