ระบบการส่งทางอากาศในปัจจุบันไปกันถึงไหนแล้ว

ระบบเรื่องของการขนส่งในทุกวันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคนเราอย่างมาก ต้องเข้าใจว่าด้วยยุคสมัยที่พัฒนาก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้งเรื่องการขนส่งค่อนข้างที่จะมีผลต่อการดำรงชีวิตไม่น้อย คิดง่ายๆ ว่าการจะทำให้สิ่งของต่างๆ สามารถเดินทางไปยังที่ที่เราต้องการได้จำเป็นต้องอาศัยการขนส่งซึ่งการขนส่งในปัจจุบันก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท การขนส่งทางอากาศเองก็นับเป็นประเภทการขนส่งอีกรูปแบบหนึ่งที่ปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญยังถือเป็นรูปแบบการขนส่งที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ลักษณะการขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางอากาศเป็นการขนส่งด้วยการอาศัยการเดินทางบนอากาศเป็นตัวนำพาสิ่งที่เราต้องการจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตเราจะใช้สิ่งที่สามารถล่องลอยอยู่บนอากาศได้เป็นตัวนำสิ่งของต่างๆ นั้นไปส่งไม่ว่าจะเป็นบอลลูน เครื่องรอน จนในปัจจุบันวิวัฒนาการที่เหมาะสมที่สุดในการขนส่งทางอากาศก็คือการใช้เครื่องบินในการขนส่งสินค้า โดยสามารถขนส่งได้ทั้งคน สัมภาระต่างๆ สิ่งของ พืชและสัตว์ หรือแม้แต่ศพก็สามารถใช้การขนส่งทางอากาศได้ถ้าหากจำเป็น แต่ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่งในการขนส่งทางอากาศก็คือมีราคาที่ค่อนข้างสูงมาก เพราะฉะนั้นสิ่งของที่มักจะใช้ในการส่งทางอากาศหากไม่เป็นของที่มีราคาแพงก็ต้องเป็นสิ่งของที่ต้องการความเร่งด่วนมากๆ ที่สำคัญสิ่งของนั้นต้องมีน้ำหนักไม่สูง ใช้พื้นที่ในการขนส่งไม่มาก เพราะหากยิ่งน้ำหนักเยอะ หรือมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้นไปอีก ด้วยระบบการขนส่งทางอากาศทุกวันนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ Air Freight – เป็นการขนส่งทางอากาศที่เรียกว่าขนส่งถึงเฉพาะสนามบิน เมื่อผู้ส่งสินค้าเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งรวมถึงค่าพิธีศุลกากรขาออกเรียบร้อยสิ่งของจะถูกส่งไปสิ้นสุดแค่ยังบริเวณศุลกากรขาเข้าของสนามบินอีกแห่ง ผู้รับจะต้องมาทำการดำเนินพิธีทางศุลกากรขาเข้าเอง ส่วนใหญ่มักใช้กับการสิ่งสิ่งของจำนวนมากในระดับหนึ่ง เป็นการส่งของระหว่างประเทศ Air Courier – เป็นรูปแบบการขนส่งทางอากาศจากผู้ส่งไปจนถึงที่อยู่ของผู้รับปลายทาง อีกภาษาจะถูกเรียกว่าการขนส่งแบบ Door to Door คือผู้ส่งจะเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินพิธีการทางศุลกากรทั้งหมดไม่หมดไม่ว่าจะเป็นขาเข้าและขาออก ผู้รับสามารถรอคอยให้ของมาส่งถึงที่เพียงอย่างเดียว มีทั้งการส่งภายในและนอกประเทศ ข้อดีของการขนส่งทางอากาศ สะดวกรวดเร็วเหมาะกับสินค้าแฟชั่นหรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง เหมาะกับการขนส่งในเส้นทางที่ไกลมาก ข้อเสียของการขนส่งทางอากาศ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการขนส่งประเภทอื่น ขนาดและน้ำหนักเป็นไปอย่างจำกัด ขนส่งได้เฉพาะพื้นที่ที่มีสนามบินหรือพื้นที่จอดอากาศยาน

Read More

รถไฟการขนส่งในประเทศอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีของคนไทย

หากใครกำลังมองหาทางเลือกในการขนส่งที่ประหยัดแนะนำให้เลือกการขนส่งทางด้านรถไฟที่มีอัตราการขนส่งที่น้อย อีกทั้งยังช่วยลดมลพิษให้กับโลกน้อยกว่าการขนส่งทางรถ แต่การขนส่งทางรถไฟนั้น โดยส่วนมากจะเป็นสิ้นค้าประเภทที่มีน้ำหนักมากมูลค้าไม่สูง ถ้าเทียมน้ำหนักแล้วกับการขนส่งทางอื่นถือว่าทางเลือกของรถไฟเหมาะสมกว่า ยกตัวอย่าง สิ้นค้าที่ขนส่งทางรถไฟ ข้าว , ถ่านหิน , ปูน , ปิโตรเลียม เป็นต้น การขนส่งทางรถไฟมีให้เลือกหลายประเภท เช่นรถตู้บรรทุกสิ้นค้า รถไฟบรรทุกน้ำมันแก๊ส สุดท้ายการขนส่งโดยผ่านการบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ถ้าเป็นการเดินทางในประเทศโดยสิ้นทางไกล ส่วนมากนิยมการขนส่งทางรถไฟ แต่ข้อเสียของการขนส่งรถไฟก็ คือ เรื่องขอเวลา ที่ต้องมีการเปลี่ยนราง และขบวนตู้รถไฟที่มีจำกัด บางครั้งไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประเทศไทยมีทางรถไฟ ยาวถึง 4,180 กิโลเมตร ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับ 46 จังหวัดทั่วประเทศ โดยวิ่งจากเหนือถึงใต้ จากเชียงใหม่ ไปจนถึงสิ้นสุดที่ภาคใต้จังหวัดนราธิวาส  หลักๆของทางรถไฟมีอยู่ 3 ประเภท  ทางคู่ ทางเดียว และทางสาม ทางเดียวเป็นเส้นทางที่มีความยาวที่สุด ระยะทางถึง 3,901 กิโลเมตร ความยาวของเส้นทางทั้งหมดคิดเป็น 93 ของความยาวของเส้นทาง ทางคู่เป็นทางที่มีความยาวน้อยรองลงมาจากทางเดียวโดยคิดเป็นระยะทางถึง 220 กิโลเมตร คิดเป็นความยาวของเส้นทางทั้งหมดคือ 5.3 …

Read More

ก้าวทันการขนส่งทางเรือของประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยแล้วการขนส่งทางเรือเป็นทางเลือกอันดับต้นๆของการคนส่งสิ้นค้าออกนอกประเทศ ด้วยเหตุผลที่ว่าการขนส่งทางเรือสามารถที่จะขนครั้งละมากๆ มีต้นทุนที่ต่ำ ประเทศไทยถ้าวัดการขนส่งทางเรือกับทั่วโลกแล้วอยู่ในอันดับที่ 22 ปริมาณการเดินเรือสิ้นค้ามีจำนวนถึง 4,200 ล้านตัน ต่อปี คิดเป็นมูลค่าการส่งออกการค้าโลกถึง 20 % จากการสำรวจของเรือคอนเทนเนอร์ที่เข้ามาเทียบท่าที่ประเทศไทยต่อปีถึง 5,900,000 ตู้คอนเทนเนอร์  โดยมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยคือ ท่าเรือแหลมฉบังเป็นที่หลักในการขนส่งสิ้นค้า จำนวนเรือที่เทียบท่าปีละ 10,526 ลำมีการขนส่งสิ้นค้าถึง 80 ล้านเมตริกตัน ซึ่งหลักๆเป็นการขนส่งรถหลานแสนคัน ทางเรือขนส่งของสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลโดยอยู่ในอันดับที่ 2 ของโลก ซึ่งมีการพัฒนาทางเรือแคลง หรือ Port Klang ประเทศที่เป็นทางผ่านของศูนย์กลางการเดินของที่น่าสนใจอีกหนึ่งประเทศก็คือ มาเลเซีย โดยมีทางเรือแคลงเป็นทางเรื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เปิดรับเรือขนส่งคอนเทนเนอร์ และสิ้นค้าต่างๆที่ทำการขนส่งทางเรือทั้งหมดจากเหตุผลนี้ทำให้ทางเรือนี้ติดอยู่ในอันดับที่  14 ของโลก ในเวลา 20 ปี ตู้คอนเทนเนอร์ที่เข้าออกทางเรือนี้มีจำนวนถึง 10 ล้านตู้ต่อปี ทำให้ประชากรของประเทศมาเลเชียมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นอันดับ 3 ของอาเซียน ซึ่งประเทศไทยก็ได้ประโยชน์จากการขนส่งของสองประเทศนี้ โดยประเทศไทยไม่ต้องเสียค่าบริหารจัดการส่งถึง 90 % ลดความสูญเสียด้านการขนส่งถึง 2.6ล้านบาท

Read More